l l a i r's profile!!~★• aloha_airzii •★~!!PhotosBlogListsMore Tools Help

!!~★• aloha_airzii •★~!!

*___"The greatest thing you will ever learn is just to love and belove in return."___*

l l a i r z i i l l

Occupation
Location
Oº° i LuV yoU °ºO

Windows Media Player

Calendar

Loading...

Clock Girls V2

Loading...
March 12

เกลียดมากเลย

แก้มใสแดงอมชมพู เส้นผมที่ดูช่างเงางาม
ยิ้มที่แววตาแสนหวาน สดใสจริงใจอ่อนโยน
กับผิวของเธอที่นวลขาว แล้วใครเขาจะรักเธอ

*เกลียดอะไรเขาว่าจะได้อย่างนั้น
ไอ้ฉันก็เลยรำคาญ เกลียดเธอแล้ว รู้ไหม
เกลียดอะไร เมื่อไรจะได้อย่างนั้น
ยิ่งเห็นหัวใจก็ยิ่งสั่น เกลียดมากเลย

กี่ร้อยวิธีผูกใจ หมดแล้วใช้ไปตั้งมากมาย
ไม่ทำให้เธอรักฉัน สุดท้ายขอลองอีกทาง
ก็หวังว่าที่เค้าว่ากัน ขอให้มันเป็นเรื่องจริง

ซ้ำ *,*

เกลียดอะไร เขาว่าจะได้อย่างนั้น
ไอ้ฉันก็เลยรำคาญ เกลียดเธอแล้วรู้มั้ย
เกลียดอะไรเมื่อไหร่จะได้อย่างนั้น
อย่าให้ฉันต้องคอยนาน กว่านี้เลย

November 22

special friend**

ถ้าเธอไม่รักไม่ต้องพูดเลย..ไม่ต้องลงเอย ด้วยคำที่ดี
ก็บอกให้ดูกันไปแบบนี้ทุกที คล้ายๆเป็นคนรัก..กัน

แต่สิ่งที่เห็นและไม่เข้าใจ..เธอยังคอยมองใครๆนอกจาก..ฉัน
ยิ่งพูดบางคำออกมา ยิ่งทำร้ายใจฉัน รู้เปล่า…


ปล่อยมือปล่อยฉันไปซะเถอะ  
อย่าปลอบหัวใจฉันเลย..ด้วยคำบางคำ


ถ้าเธอไม่รักไม่อยากมีฉันเป็นแฟน  
อย่ามาทดแทนด้วยคำว่าเพื่อนพิเศษ  
ฉันไม่อยากได้เศษใจ  
ให้ฉันแค่คำว่าเพื่อนก็พอ  
ถ้าไม่ดีพอ ก็อย่ามาสนใจ…
อยู่กึ่งกลางมันค้างคาใจเหลือเกิน..

ถ้าเธอไม่รัก ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าเข้ามาให้ความหวังกัน
ไม่ต้องมาคอยดูแล เทกแคร์ทุกวัน รู้ไหมว่ามันไม่ดี….

ถ้าเป็นได้เพียง special friend ก็อยากหยุดเรื่องของเราไว้เท่านี้
มันเจ็บที่ เธอไม่เคลียให้มันชัดกว่านี้ รู้เปล่า โว้….

ปล่อยมือ ปล่อยฉันไปซะเถอะ.
อย่าปลอบหัวใจฉันเลย..ด้วยคำบางคำ


ถ้าเธอไม่รักไม่อยากมีฉันเป็นแฟน  
อย่ามาทดแทนด้วยคำว่าเพื่อนพิเศษ  
ฉันไม่อยากได้เศษใจ  
ให้ฉันแค่คำว่าเพื่อนก็พอ  
ถ้าไม่ดีพอ ก็อย่ามาสนใจ…
อยู่กึ่งกลางมันค้างคาใจเหลือเกิน..  


*ถ้าเธอไม่รักไม่อยากมีฉันเป็นแฟน  
อย่ามาทดแทนด้วยคำว่าเพื่อนพิเศษ  
ฉันไม่อยากได้เศษใจ  
ให้ฉันแค่คำว่าเพื่อนก็พอ  
ถ้าไม่ดีพอ ก็อย่ามาสนใจ…
อยู่กึ่งกลางมันค้างคาใจเหลือเกิน..

 

**ปัยฟังเพลงนี้ได้ http://www.zheza.com/index.php?a=station&b=detail&aid=Chilli  นะจ้ะ



August 06

คำสอนของแม่


แม่คงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้
ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ และกึ๋นของลูกเอง

แม่อยากให้ลูกคิดและมองโลกในแง่ดี
อย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ เป็นไม่ได้
หัดคิดให้เป็นบวกไว้แหละดี

แม่อยากให้ลูกหัดฝัน
เมื่อไรลูกฝันเป็น ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน
หรือความฝัน ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน

แม่อยากให้ลูกพูดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องสวยงาม
จงเป็นคนสุดท้ายที่ให้ร้ายคนอื่น และจงเป็นคนแรก
ที่ให้กำลังใจ และชื่นชม

แม่อยากให้ลูกทำเรื่องแปลกๆ
ลูกไม่จำเป็นต้องเดินตามชีวิตประจำวันของใคร
อย่าเก็บความคิดแปลก เพียงเพราะเห็นว่ามันไม่เหมือนใคร

แม่อยากสอนให้ลูกกล้าแดด กล้าฝน
เพราะภายใต้ไออุ่นของดวงอาทิตย์ ลูกจะได้รับวิตามินดี
และภายใต้ฟ้าที่มีฝน มันจะทำให้ลูกร้องไห้โดยไม่มีใครเห็นน้ำตา

แม่อยากสอนให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน
อย่างน้อยคนเราก็ต้องเคลื่อนไหวทะมัดทะแมง
ลูกได้ออกแรงเสียบ้าง ลูกจะแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ

แม่อยากให้ลูกยิ้ม และอยู่กับโลกด้วยความรัก
ยิ้มอาจจะไม่ชนะทุกสิ่ง ยิ้มมากๆ อาจจะดูเหมือนคนบ้า
แต่มันก็ดีกว่าหน้าบึ้งหน้างอเป็นไหนๆ

แม่อยากสอนให้ลูกรู้จักอดทน
ลูกต้องเรียนรู้ว่าลูกไม่มีทางได้ทุกๆ อย่างที่ลูกหวังไว้
อดทนและอย่าได้เสียกำลังใจ อย่าท้อและขอให้เริ่มใหม่อย่างมีพลัง

แม่อยากสอนให้ลูกเขย่งขาขึ้นให้สูง
ไม่มีอะไรที่สูงไปกว่าสองมือเราจะเอื้อมคว้า
เพียงแค่ว่าเรายืนยันที่จะไม่ยืนอยู่กับที่

แม่อยากสอนให้เจ้ามีความสุข แต่อย่าลืมทุกข์ด้วยล่ะลูก
คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ เขาสุขจริงๆ ไม่เป็นหรอกเจ้าเอย

ไอคิวมันติดมาแต่บนฟ้าลูกจ๋า ไม่ฉลาดก็มีความสุขได้ไม่ต้องห่วง
อย่าน้อยใจถ้าตามใครเขาไม่ทัน อย่าเสียขวัญถ้าเราช้ากว่าใครๆ
อีคิวมันต้องหาเองบนโลกนี้ลูกเอ๋ย ไม่ฉลาดก็น่ารักและมีความสุขได้

"อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ลูกมีกำลังใจเป็นถุงจากแม่ ไม่ต้องกลัว"

ขอบคุณบทความดีๆจาก kapook 

March 16

เด็กน้อยกับตะปู **

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง
และบอกกับเขาว่า
ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน
ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน

วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว
และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ
ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจํานวนลง น้อยลง น้อยลง
เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ
ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

และแล้ว... หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น

เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า

เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา
พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า...

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์

ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก
ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 ... จาก 2 เป็น 3
จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด
เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า
ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!
พ่อไม่ได้พูดอะไร
แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน
และบอกกับลูกว่า ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ
และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ
เจ้าเห็นหรือไม่ว่า รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม
ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น
จำไว้นะลูก  เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์
สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล

เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน

ต่อให้ใช้คำพูดว่า ขอโทษ สักกี่หน

ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้
ฉันใดก็ฉันนั้น
กับเพื่อน
เพื่อนเปรียบเสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายาก
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม
เป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยามเศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา
และจริงใจกับเราเสมอ ...

แสดงให้เขาเห็น
ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน
และระวังสิ่งที่เราทำไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ

และจงจดจำไว้เสมอว่า "คำขอโทษ" ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น คือ รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ ...... ตลอดไป

หวังว่านิทานนี้คงช่วยให้พวกเรา อยู่ร่วมกัน ทำงาน ร่วมกัน คบกัน
ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้นเรื่อยๆ
ตลอดไป.....

 


 

February 01

เพื่อน**

"เพื่อน" การที่จะรับใครสักคนเข้ามาเป็น "เพื่อน"
คงไม่ใช่เรื่องยากแค่เราเปิดใจให้กันและกัน แต่ถ้า
"เพื่อนสนิท เพื่อนรัก เพื่อนกินเพื่อนตาย" ล่ะ
ความหมายมันแตกต่างจากคำว่าเพื่อนแค่ไหนในความรู้สึกของคุณ

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ฟัง มีเนื้อหาดังนี้
ไก่ กระต่าย เป็ด และหมู เป็นเพื่อนกัน
ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทั้งสี่เริ่มที่จะสนิทกัน
มากขึ้นเรื่อย ๆ ไก่...ขยัน อดทน ตื่นแต่เช้า
หาอาหารมาให้ทั้งตัวเองและเพื่อน
กระต่าย...น่ารัก สุภาพ พูดจาอ่อนหวาน เป็นที่รักและเอ็นดูของทุก ๆ ตัว
เป็ด...โผงผาง ใจร้อน เสียงดัง พูดจาตรง ๆ หมู...ขี้เกียจ พูดจากระโชก
โฮกฮาก ไม่สะอาดแต่รักเพื่อนเป็นที่หนึ่ง สามารถทำอะไรเพื่อเพื่อนได้เสมอ

ด้วยการเดินทางที่ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทั้งสี่จึงสนิทและรักกันมาก
ทุกตัวล้วนมีความสำคัญให้แต่ละตัวซึ่งกันและกัน
วันหนึ่งทั้งสี่ตัวต้องเดินทางผ่าน
โคลนสกปรก เหม็น และมีแต่เชื้อโรคทั้งสี่ตัว ไม่มีทางเลือกอื่น
จำเป็นที่จะต้องเดินผ่านบ่อโคลนนี้


หากจะเดินกันไปทีละตัว แต่ละตัวต้องสกปรก และป่วยด้วยเชื้อโรคนั้นแน่นอน

หมูจึงรับอาสาที่จะให้เพื่อนขี่หลังเพื่อเดินข้ามไป

กระต่ายจึงพูดขึ้นว่า "ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
เพราะหมูตัวโตและแข็งแรง"
หมูได้ยินเช่นนั้นจึงดีใจและภูมิใจ เป็ดเลยพูดขึ้นว่า
"และหมูก็ชอบเล่นโคลนสกปรกอยู่แล้วนี่หว่า ก๊ากกกก"
หมูเองได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะต่อกัน
กระต่ายเลยพูดขึ้นว่า "ไปว่าหมูอย่างนั้นได้ยังไง เดี๊ยวหมูก็เสียใจหรอก"
หมู : "ไม่เป็นไรหรอก ฉันรับได้ เพราะถึงยังไงเราก็เพื่อนสนิทกัน
พูดมาแบบนี้ ฉันไม่ถือหรอก"
เป็ด : "ใช่แล้ว เราสนิทและรักกันมาก และรู้ใจกัน เรื่องแค่นี้พูดกันเล่นๆ
แค่นั้นเอง"
ไก่ : "งั้นเราเดินทางกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"
ทั้งสามจึงขึ้นหลังหมูแล้วเดินไป

ในระหว่างที่อยู่ในโคลน เป็ด มองไปเห็นไส้เดือน
จึงใช้ปากคุ้ยโคลนเพื่อที่จะกินไส้เดือน
ในระหว่างที่คุ้ยโคลน โคลนเกิดกระเด็นไปโดนกระต่าย กระต่ายเลยสกปรกไปด้วย
กระต่าย : "เป็ด ระวังหน่อยสิ โคลนมันกระเด็นมาโดนฉันนะ"

เป็ด : "อะไรกัน แค่นี้เอง เดี๋ยวผ่านบ่อโคลนไปค่อยทำความสะอาดก็ได้นี่"
กระต่าย : "แต่มันไม่เหมือนเดิม เพราะขนขาว ๆ
ของฉันมันก็คงเป็นรอยเปื้อนอยู่ดี"
ไก่ : "เอาน่า หยุดได้แล้ว นิดเดียวเองนะกระต่าย เป็ดเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
ดูหมูซิ
เค้าเปื้อนทั้งตัวแถมต้องแบกเราอีก เค้ายังไม่บ่นซักคำ"
กระต่ายด้วยความเคืองนิด ๆ
จึงพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า "ก็หมูสกปรกนี่ ไม่เหมือนฉัน ฉันต้องสะอาด
สกปรกไม่ได้" หมูเองได้ยินเช่นนั้น
ก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เหตุใดเพื่อนถึงพูด
กับเขาเช่นนั้น หมูก็ร้องไห้

ไก่จึงพูดขึ้นว่า "แล้วนี่คือสิ่งที่หมูต้องได้รับเหรอ กับการที่เค้าเป็นหมู
มีนิสัยเป็นหมู
เค้าต้องได้รับแต่สิ่งสกปรกเท่านั้นเหรอ แล้วการที่เป็ดกินอะไรแล้วต้องคุ้ย
แล้วไก่อย่างฉันต้องเขี่ยอย่างนี้ มันเป็นพื้นฐานนิสัยที่ติดตัวเรามาตลอดนะ
เราเลือกได้เหรอ"

ไก่ : "ความแตกต่างของแต่ละตัว ไม่เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกัน ต้องเข้าใจและ
เปิดใจรับสิ่งที่ไม่สวยงาม และสิ่งที่สวยงามซึ่ง กันและกันสิ
ไม่มีใครที่สวยงามได้ตลอดเวลานะ"

เป็ดจึงพูดขึ้นว่า "ฉันก็คิดว่าเราสนิทและรักกันมาก
เชื่อใจกันรับรู้ในสิ่งที่แต่ละตัวเป็นแล้ว
ฉันไม่ทันนึกว่าเธอรับฉันแบบนี้ไม่ได้ฉันขอโทษนะ"

กระต่ายได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า "จริงสินะ เราเป็นเพื่อนกัน
แถมเป็นเพื่อนรักกันด้วย
ทำไมฉันถึงไม่เข้าใจนะว่าเราทั้งสี่แตกต่างกัน
แต่เรายังสามารถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ
มาด้วยกันได้ขนาดนี้ แล้วแต่ละตัวเราก็ไม่เหมือนกันเลย"
"ฉันขอโทษนะที่ฉันเป็นอย่างนี้"

หมูกล่าวขึ้นว่า "ไม่เป็นไรหรอกกระต่าย ฉันก็เข้าใจว่าเธอน่ารัก สะอาด
และจิตใจ
อ่อนไหว เธอก็ไม่เหมือนกับฉัน
บางครั้งฉันก็พูดอะไรหรือทำอะไรที่กระโชกโฮกฮากไป
บางครั้งเธออาจจะรับไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกัน
เธอคงจะรับฉันได้ซักวันหนึ่ง"

กระต่าย : "ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่ฉันอ่อนไหวเกินไปแบบนี้
ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่ง
เราแต่ละตัวที่แตกต่างกันคงเข้ากันได้และ
ยอมรับในสิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละตัวได้"

ไก่จึงพูดขึ้นบ้างว่า "เอาล่ะ แต่ละตัวก็เข้าใจกันแล้วนะ
ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว
และด้วยความที่เรารักและสนิทกันและก็รู้จักกันมานาน
บางครั้งจึงทำอะไรโดยไม่ทันคิด
แต่ทำให้อีกคนรู้สึกไม่ดี
ฉันคิดว่าคงไม่ได้ตั้งใจและเผลอทำอะไรไปก็เท่านั้น"

เป็ด : "เราเข้าใจกันดีแล้วนะ งั้นเราเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากขึ้นนะ
เพราะเราก็รับในสิ่งที่แตกต่างของแต่ละตัวได้แล้ว"
หมู : "ใช่แล้ว งั้นเราทั้งสี่ มาร่วมกันและตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม

กันและเดินเคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไปนะ"

หมู เป็ด ไก่ กระต่าย : "ไชโย เราเป็นเพื่อนรักกัน"
แล้วทั้งสี่ก็เดินไปด้วยกัน
อยู่เคียงข้างกันไป ตลอดเส้นทางเดินแห่งนั้น......

จากนิทานเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว อาจจะทำให้เกิด
ความไม่เข้าใจและไม่พอใจในอีกฝ่าย และบางครั้งด้วยความที่ทั้งสี่สนิทกันมาก
การกระทำบางอย่างที่แสดงออกไปจึงไม่ทันคิดว่า อาจจะไปทำร้ายความรู้สึก
หรือทำให้ใครอีกคนไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ทั้งสี่คือเพื่อนรัก เพื่อนสนิท
เพื่อนที่รู้จักรู้ใจกันมานาน
จึงทำให้ทั้งที่กลับมาเป็นเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันได้
อย่างเดิมคำว่าเพื่อนรักของคุณ คุณให้ความหมายและความสำคัญของคนที่คุณ
ให้เค้าเป็นเพื่อนได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณเอง บางครั้ง
คุณอาจจะได้รับในสิ่งที่คุณ
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนสนิทจะทำอย่างนี้กับคุณ แต่หากมองย้อนกลับไป
คุณเองก็อาจจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดกับเพื่อนของคุณได้เช่นกัน

กลับมามองอีกทีว่า คุณให้ความหมายกับเพื่อนของคุณมากแค่ไหน
เพื่อนที่มีแต่สิ่งที่ดีให้แก่กันแค่นั้นเหรอ
เพื่อนที่จะยิ้มและสนุกไปด้วยกันแค่นั้นเหรอ
แล้วหากวันหนึ่ง เกิดฝ่ายใดทำอะไรที่ไม่ดีหรือไม่สวยงามขึ้นมาล่ะ
คุณเข้าใจและรับรู้ในสิ่งเหล่านั้นได้มากแค่ไหน
คุณสามารถที่จะให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด

ทั้งที่อาจจะเกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจได้มากน้อยแค่ไหน...

คำตอบย่อมอยู่ในใจคุณดี....
กลับมามองและเข้าใจเพื่อนของคุณดีแล้วหรือยัง
เข้าใจเพื่อนของคุณมากน้อยแค่ไหน

เมื่อคุณอ่านข้อความข้างต้นจบ....คุณคิดถึงใครล่ะ????
คุณเท่านั้นที่รู้คำตอบ